โลโก้สำนักงานกฎหมายธาดาภูมิ บานชื่น
สำนักงานกฎหมายธาดาภูมิ บานชื่น Thadaphum Law Firm
‹ บทความทั้งหมด

กฎหมายมรดก

การจัดการมรดกเมื่อไม่มีพินัยกรรม

8 กรกฎาคม 2569 • อ่าน 7 นาที • โดยสำนักงานกฎหมายธาดาภูมิ บานชื่น

เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกตกแก่ใคร

คนไทยจำนวนมากยังไม่นิยมทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิตลงโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม กฎหมายจึงต้องเข้ามากำหนดว่าทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตายจะตกเป็นของใครบ้าง โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก ได้วางหลักเรื่อง "ทายาทโดยธรรม" ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายถึงญาติของผู้ตายที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับชั้นที่กฎหมายจัดไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการแสดงเจตนาของผู้ตายมาก่อน

หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าทรัพย์มรดกทั้งหมดจะตกเป็นของบุตรหรือคู่สมรสโดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายกำหนดลำดับและสัดส่วนการแบ่งไว้อย่างชัดเจน และหากไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายที่ถูกต้อง เช่น การขอตั้งผู้จัดการมรดก ทายาทอาจประสบปัญหาไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ถอนเงินในบัญชีธนาคาร หรือจัดการทรัพย์สินอื่นของผู้ตายได้เลย บทความนี้จะอธิบายหลักการจัดการมรดกเมื่อไม่มีพินัยกรรมอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ทายาทเตรียมความพร้อมและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง

ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ ตามกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 กำหนดทายาทโดยธรรมไว้ 6 ลำดับ ได้แก่ (1) ผู้สืบสันดาน คือ บุตรและหลานของผู้ตาย (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย และ (6) ลุง ป้า น้า อา โดยหลักสำคัญคือ หากมีทายาทลำดับต้นอยู่ ทายาทในลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิรับมรดกเลย เว้นแต่กรณีบิดามารดาซึ่งมีสิทธิรับมรดกร่วมกับผู้สืบสันดานในฐานะพิเศษเสมือนทายาทลำดับที่หนึ่งตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะ

ตัวอย่างเช่น หากผู้ตายมีบุตร 2 คน และมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันอีก 3 คน กรณีนี้พี่น้องของผู้ตายจะไม่มีสิทธิรับมรดกเลย เพราะมีผู้สืบสันดาน (บุตร) ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 1 อยู่แล้ว ทรัพย์มรดกทั้งหมดจึงตกแก่บุตรทั้งสองคนในสัดส่วนเท่ากัน หลักการลำดับชั้นเช่นนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าใครมีสิทธิเข้าไปจัดการหรือรับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกได้บ้าง

สิทธิของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่

คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายมีสถานะพิเศษ กล่าวคือ ไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับทายาทโดยธรรมทั้ง 6 ลำดับข้างต้น แต่มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทในแต่ละลำดับเสมอ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1635 โดยสัดส่วนที่คู่สมรสจะได้รับขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทลำดับใดร่วมอยู่ด้วย เช่น หากมีทายาทลำดับที่ 1 (ผู้สืบสันดาน) คู่สมรสจะได้รับส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตรคนหนึ่ง หากไม่มีทายาทลำดับใดเลย คู่สมรสจะได้รับมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ สิทธิในฐานะคู่สมรสตามกฎหมายมรดกใช้ได้เฉพาะกรณีจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากเป็นเพียงการอยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียน แม้จะอยู่ด้วยกันมานานเพียงใด ฝ่ายที่ไม่ได้จดทะเบียนจะไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเลย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในทางปฏิบัติและควรได้รับคำปรึกษาจากทนายความหากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

การแบ่งสินสมรสก่อนแบ่งมรดก

ก่อนจะนำทรัพย์สินของผู้ตายมาแบ่งเป็นมรดกให้แก่ทายาท จำเป็นต้องแยกทรัพย์สินออกเป็นสองส่วนก่อน คือ "สินส่วนตัว" ของผู้ตาย และ "สินสมรส" ที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างสมรส โดยหลักการคือสินสมรสต้องแบ่งครึ่งหนึ่งให้แก่คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก่อน ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของสินสมรส รวมกับสินส่วนตัวทั้งหมดของผู้ตาย จึงจะถือเป็นกองมรดกที่นำมาแบ่งให้แก่ทายาทตามลำดับชั้นต่อไป

ขั้นตอนนี้มักถูกมองข้ามในทางปฏิบัติ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่มีชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของเป็นมรดกทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องแยกสินสมรสของคู่สมรสฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่ออกก่อน การคำนวณผิดพลาดในขั้นตอนนี้อาจนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างทายาทและคู่สมรสในภายหลังได้ง่าย

การขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล

แม้กฎหมายจะกำหนดสัดส่วนการแบ่งมรดกไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมที่ดิน หรือธนาคาร มักไม่ยอมโอนทรัพย์สินหรือถอนเงินให้ทายาทโดยตรง หากไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ดังนั้น ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียจึงจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้าน สูติบัตรหรือทะเบียนสมรสที่แสดงความสัมพันธ์กับผู้ตาย และรายชื่อทายาททั้งหมด

เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกจะมีอำนาจหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้สินของกองมรดก และแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของกองมรดกและทายาททุกคน หากผู้จัดการมรดกละเลยหรือทุจริตต่อหน้าที่ ทายาทที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนผู้จัดการมรดกได้เช่นกัน

อายุความในการจัดการมรดก

การใช้สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับมรดกมีกำหนดอายุความตามกฎหมาย โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 กำหนดว่า ห้ามมิให้ทายาทฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่ทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายไม่ว่ากรณีใด ๆ การปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ดำเนินการทางกฎหมายจึงอาจทำให้ทายาทเสียสิทธิในทรัพย์มรดกไปโดยสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการเสียชีวิตของบุคคลในครอบครัวโดยไม่มีพินัยกรรม ทายาทจึงควรรีบดำเนินการรวบรวมเอกสารและปรึกษาทนายความเพื่อยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานเกินควร เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการขาดอายุความแล้ว ยังอาจทำให้ทรัพย์สินของกองมรดกเสื่อมค่าหรือสูญหายไปในระหว่างที่ยังไม่มีผู้มีอำนาจจัดการโดยชอบด้วยกฎหมาย

🧩 ตัวอย่างสถานการณ์

นายสมชายเสียชีวิตลงโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทิ้งภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องและบุตร 2 คนไว้เบื้องหลัง รวมถึงที่ดินหนึ่งแปลงและเงินฝากในธนาคาร เมื่อภรรยาต้องการถอนเงินฝากมาใช้จ่ายในครอบครัว ธนาคารกลับปฏิเสธ โดยแจ้งว่าต้องมีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะดำเนินการได้ ครอบครัวจึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งใช้เวลาดำเนินการหลายเดือนกว่าจะได้คำสั่งศาล กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้กฎหมายจะกำหนดสิทธิของทายาทไว้ชัดเจน แต่หากไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายที่ถูกต้อง ทายาทก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์มรดกได้ในทางปฏิบัติ

หมายเหตุ: ตัวอย่างข้างต้นเป็นกรณีสมมติขึ้นเพื่อประกอบการอธิบายหลักกฎหมายเท่านั้น มิได้อ้างอิงจากคดีจริงหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์จริงถือเป็นความบังเอิญ

สรุปท้ายบทความ

การไม่มีพินัยกรรมไม่ได้หมายความว่าทรัพย์มรดกจะไร้ผู้ดูแลหรือไม่มีหลักเกณฑ์การแบ่ง เพราะกฎหมายได้วางระบบทายาทโดยธรรมและสิทธิของคู่สมรสไว้อย่างเป็นระบบแล้ว แต่กระบวนการในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแยกสินสมรส การขอตั้งผู้จัดการมรดก และการคำนึงถึงอายุความ ล้วนเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความรู้ทางกฎหมายเฉพาะทาง หากครอบครัวของท่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์การจัดการมรดกโดยไม่มีพินัยกรรม การปรึกษาทนายความตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้กระบวนการดำเนินไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความขัดแย้งระหว่างทายาทในครอบครัวได้อย่างมาก

ต้องการคำปรึกษาเรื่องมรดกโดยเฉพาะ?

สำนักงานกฎหมายธาดาภูมิ บานชื่น ให้บริการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกและให้คำปรึกษาคดีมรดกครบวงจร ติดต่อปรึกษาเราได้ทันที

← กลับหน้าแรก