แนะนำให้ปรึกษาทนายความ
พินัยกรรม
ใช้กรณีต้องการกำหนดการจัดการทรัพย์สินของตนเองล่วงหน้าเมื่อเสียชีวิต — เรื่องนี้ทางสำนักงานแนะนำให้ปรึกษาทนายความโดยตรง แทนการดาวน์โหลดแบบฟอร์มไปกรอกเอง เหตุผลมีดังนี้
⚖️ ทำไมเรื่องนี้จึงไม่เหมาะกับแบบฟอร์มสำเร็จรูป
- กฎหมายกำหนดรูปแบบไว้อย่างเคร่งครัดและมีหลายแบบ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดแบบพินัยกรรมไว้หลายชนิด เช่น พินัยกรรมแบบธรรมดามีพยาน 2 คน (ม.1656) พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ (ม.1657) พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอ (ม.1658) พินัยกรรมลับ (ม.1660) แต่ละแบบมีขั้นตอนและข้อกำหนดต่างกัน การเลือกแบบที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของผู้ทำอาจทำให้พินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะได้
- มีข้อห้ามเรื่องพยานที่คนทำเองมักพลาด: ตามมาตรา 1653 ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ ไม่สามารถเป็นพยานในพินัยกรรมฉบับนั้นได้ หากใช้พยานที่ขาดคุณสมบัติ ข้อกำหนดยกทรัพย์สินให้บุคคลนั้นจะตกเป็นโมฆะ แม้ส่วนอื่นของพินัยกรรมยังใช้ได้อยู่ก็ตาม — เป็นจุดที่พบข้อผิดพลาดบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ
- ต้องพิสูจน์ความสามารถและเจตนาอันแท้จริงของผู้ทำพินัยกรรม: พินัยกรรมมักถูกโต้แย้งภายหลังในประเด็นว่าผู้ทำมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์หรือถูกครอบงำ/บังคับให้ทำหรือไม่ การจัดทำผ่านทนายความจะช่วยบันทึกและรักษาหลักฐานที่แสดงเจตนาอันบริสุทธิ์ของผู้ทำไว้ได้อย่างเหมาะสม
- ความผิดพลาดจะแก้ไขไม่ได้: ถ้าผู้ทำพินัยกรรมได้เสียชีวิตแล้ว หากพินัยกรรมมีข้อบกพร่อง อาจเป็นโมฆะทั้งหมดหรือบางส่วน ส่งผลให้ทรัพย์มรดกต้องแบ่งตามกฎหมายแทนเจตนาของผู้ทำพินัยกรรม
📋 เตรียมข้อมูลเหล่านี้ก่อนติดต่อทนายความ
เตรียมไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ทนายความยกร่างพินัยกรรมของท่านได้ตรงตามความต้องการและรวดเร็วขึ้น
- รายการทรัพย์สินทั้งหมด (บ้าน ที่ดิน บัญชีธนาคาร หุ้น หรือทรัพย์สินอื่น) พร้อมเอกสารสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
- รายชื่อผู้ที่ต้องการยกทรัพย์สินให้ พร้อมระบุว่าต้องการแบ่งให้แต่ละคนอย่างไร
- ชื่อบุคคลที่ต้องการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
- กรณีมีบุคคลที่ต้องการยกเว้นจากการรับมรดกโดยเฉพาะ ควรระบุเหตุผลไว้ด้วย
- รายชื่อพยานที่คาดว่าจะใช้ (ต้องไม่ใช่ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์)
ต้องการดำเนินการเรื่องนี้ต่อ?
ติดต่อสำนักงานเพื่อขอคำปรึกษา ทนายความจะช่วยเลือกรูปแบบพินัยกรรมที่เหมาะสม และยกร่างให้ตรงตามเจตนาและสถานการณ์ของท่านโดยเฉพาะ